การตรวจดีเอ็นเอพ่อลูก ราคาเท่าไร? อัปเดตข้อมูลแพ็กเกจและการเลือกคลินิก ปี 2569

หากกำลังค้นหาว่า “ตรวจ DNA พ่อลูก ราคาเท่าไร” ตัวเลขที่พบตามเว็บไซต์อาจต่างกันหลายพันหรือหลายหมื่นบาท ทั้งที่ดูเหมือนเป็นการตรวจแบบเดียวกัน ความจริงคือแพ็กเกจเหล่านี้อาจต่างกันตั้งแต่รูปแบบการเก็บตัวอย่าง ห้องปฏิบัติการที่วิเคราะห์ ระยะเวลารอผล ไปจนถึงการจัดการตัวอย่างสำหรับใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย

จากราคาที่ตรวจสอบได้ในวันที่ 8 กันยายน 2569 (2026) แพ็กเกจตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาหลังคลอดที่เปิดเผยราคาทางออนไลน์มีตั้งแต่ประมาณ 9,280 บาท สำหรับชุดตรวจที่บ้าน ขณะที่บริการตรวจหลังคลอดในสถานพยาบาลหรือศูนย์ตรวจอยู่ประมาณ 10,000–15,000 บาท ในตัวอย่างแพ็กเกจที่ตรวจสอบได้ ส่วนบริการที่เพิ่มขั้นตอนสำหรับการใช้งานทางกฎหมายอาจมีราคาสูงกว่านี้

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกราคาที่ต่ำที่สุด แต่ต้องดูว่าแพ็กเกจนั้นตอบโจทย์ของเราหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าผลตรวจอาจต้องนำไปใช้กับหน่วยงานราชการ ศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายในภายหลัง

ตรวจ DNA พ่อลูก ราคาเท่าไรในปี 2569?

ราคาของการ ตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อลูกไม่มีอัตรากลางที่ใช้กับทุกแห่ง เพราะแต่ละผู้ให้บริการกำหนดรูปแบบแพ็กเกจและบริการที่รวมอยู่แตกต่างกัน

ตัวอย่างราคาที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 มีดังนี้

ตัวอย่างแพ็กเกจ รูปแบบ ราคาที่พบ
Genetrack Thailand – Paternity Test ชุดเก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้มที่บ้าน 9,280 บาท
Bangkok Cytogenetics Center ผ่าน HDmall ตรวจหลังคลอด 10,395 บาท ราคาจองออนไลน์ / ราคาแพ็กเกจ 10,500 บาท
Bangkok Cytogenetics Center ผ่าน HDmall ตรวจหลังคลอด พร้อมบริการเก็บตัวอย่างถึงบ้าน 11,385 บาท ราคาจองออนไลน์ / ราคาแพ็กเกจ 11,500 บาท
HealthSmile ตรวจหลังคลอดเพื่อทราบความสัมพันธ์ 12,000 บาท
MedEx Postnatal Paternity Test 15,000 บาท
MedEx Legal Post-Paternity 19,999 บาท
HealthSmile ตรวจหลังคลอดพร้อมเอกสารสำหรับดำเนินการทางกฎหมาย 22,000 บาท
Bangkok Cytogenetics Center ผ่าน HDmall ตรวจความเป็นบิดาระหว่างตั้งครรภ์ 28,710 บาท ราคาจองออนไลน์ / ราคาแพ็กเกจ 29,000 บาท

ราคาข้างต้นเป็น ตัวอย่างราคาที่เผยแพร่ ณ วันที่ตรวจสอบ ไม่ใช่อัตรากลางของประเทศไทย และอาจเปลี่ยนตามโปรโมชั่น จำนวนผู้เข้ารับการตรวจ ค่าเก็บตัวอย่าง ค่าจัดส่ง หรือเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการ

ทำไมราคาตรวจดีเอ็นเอพ่อลูกแต่ละแห่งไม่เท่ากัน?

คำว่า “Paternity Test” เหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าแพ็กเกจทุกแห่งให้บริการเหมือนกันทั้งหมด ก่อนเทียบราคา ควรดูอย่างน้อยว่าราคานั้นครอบคลุมอะไรบ้าง

1. ตรวจเพื่อทราบผลส่วนตัว หรือตรวจเพื่อใช้ทางกฎหมาย

นี่เป็นจุดที่ควรถามตั้งแต่ก่อนชำระเงิน

การตรวจเพื่อทราบความสัมพันธ์ส่วนตัวมักเปิดให้เก็บตัวอย่างจากเซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้มได้ค่อนข้างสะดวก บางบริการส่งชุดตรวจไปให้เก็บตัวอย่างด้วยตนเองที่บ้าน

แต่ถ้าต้องการผลสำหรับวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย ผู้ให้บริการบางรายกำหนดขั้นตอนยืนยันตัวบุคคล ผู้เก็บตัวอย่างที่เป็นบุคคลที่สาม และการควบคุมเส้นทางของตัวอย่างหรือ chain of custody เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น EasyDNA Thailand ระบุว่าการตรวจแบบ Legal Paternity Test ต้องให้ผู้เก็บตัวอย่างที่เป็นบุคคลที่สามตรวจสอบตัวตนและเก็บตัวอย่าง โดยประกาศราคา 20,600 บาท บวก VAT 7% และไม่รวมค่าบริการของผู้เก็บตัวอย่าง

ดังนั้น หากรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะนำผลไปใช้กับศาล การตรวจคนเข้าเมือง การจดทะเบียน หรือหน่วยงานอื่น ควรแจ้งวัตถุประสงค์กับผู้ให้บริการก่อนตรวจ ไม่ควรซื้อแพ็กเกจทั่วไปแล้วคาดว่าผลจะสามารถนำไปใช้ทางกฎหมายได้โดยอัตโนมัติ

2. ตรวจที่บ้านกับตรวจที่ศูนย์บริการ

การเก็บ DNA จากเซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้มไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดในทุกกรณี จึงมีผู้ให้บริการที่ส่งชุดเก็บตัวอย่างให้ผู้ตรวจทำด้วยตนเอง

ตัวอย่างเช่น Genetrack Thailand แสดงราคา Paternity Test แบบเก็บตัวอย่างด้วย swab ที่ 9,280 บาท ขณะที่แพ็กเกจของ Bangkok Cytogenetics Center ที่จองผ่าน HDmall แสดงราคาตรวจหลังคลอดที่ 10,395 บาท และแบบเพิ่มบริการเก็บตัวอย่างถึงบ้านที่ 11,385 บาท

ส่วนต่างของราคาจึงอาจเป็นค่าบริการที่เพิ่มเข้ามา ไม่ใช่ตัวบอกคุณภาพของการวิเคราะห์ DNA เพียงอย่างเดียว

3. ห้องปฏิบัติการที่รับวิเคราะห์

ควรถามว่าใครเป็นผู้วิเคราะห์ตัวอย่างจริง เพราะสถานที่เก็บตัวอย่างกับห้องปฏิบัติการอาจเป็นคนละแห่งกัน

Bangkok Cytogenetics Center ระบุว่าตัวอย่าง Paternity Testing ของบริษัทส่งต่อไปวิเคราะห์กับห้องปฏิบัติการเครือข่ายในสหรัฐอเมริกา และระบุการรับรองหลายระบบของห้องปฏิบัติการเครือข่าย เช่น AABB, CAP, CLIA และ ISO/IEC 17025

หากผู้ให้บริการกล่าวถึง AABB ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายชื่อห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองด้าน Relationship Testing จากฐานข้อมูลของ AABB ได้โดยตรง แทนที่จะอาศัยเพียงข้อความโฆษณาบนหน้าแพ็กเกจ

4. จำนวนคนและชนิดตัวอย่างที่รวมในแพ็กเกจ

อย่าเทียบราคาโดยดูตัวเลขอย่างเดียว ควรถามด้วยว่าเป็นราคาสำหรับกี่คน

บางแพ็กเกจคิดเป็นคู่พ่อ–ลูก ขณะที่บางบริการอาจแสดงราคาต่อคน หากต้องเพิ่มมารดา เด็กอีกคน หรือบุคคลที่ต้องการทดสอบเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนไป

ชนิดตัวอย่างก็อาจมีผลเช่นกัน ตัวอย่างมาตรฐานที่พบได้บ่อยคือเซลล์จากกระพุ้งแก้ม แต่ผู้ให้บริการบางแห่งรองรับตัวอย่างชนิดอื่นภายใต้เงื่อนไขหรือราคาที่ต่างออกไป

ตรวจ DNA พ่อลูกหลังคลอดกับตรวจระหว่างตั้งครรภ์ ราคาเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน และไม่ควรนำมาเปรียบเทียบเป็นแพ็กเกจประเภทเดียวกัน

ตัวอย่างแพ็กเกจของ Bangkok Cytogenetics Center ที่จองผ่าน HDmall มีราคาตรวจหลังคลอด 10,395 บาท ขณะที่ Non-Invasive Prenatal Paternity Test สำหรับตรวจระหว่างตั้งครรภ์อยู่ที่ 28,710 บาท โดยหน้าบริการระบุว่าราคาเต็มคือ 29,000 บาท

อีกตัวอย่างหนึ่ง HealthSmile เผยแพร่ราคา Non-Invasive Paternity Test ระหว่างตั้งครรภ์ที่ 34,800 บาท

จึงควรเช็กก่อนว่าราคาที่กำลังเปรียบเทียบเป็นการตรวจหลังคลอดหรือระหว่างตั้งครรภ์ เพราะกระบวนการและตัวอย่างที่ใช้แตกต่างกัน

ถ้าต้องการผลตรวจ DNA ไปใช้ทางกฎหมาย ต้องเลือกแพ็กเกจแบบไหน?

ให้แจ้งกับผู้ให้บริการโดยตรงตั้งแต่ก่อนเก็บตัวอย่างว่า ต้องการผลเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการทางกฎหมายหรือราชการอะไร

เหตุผลคือผลตรวจทางวิทยาศาสตร์กับการยอมรับเอกสารในกระบวนการทางกฎหมายเป็นคนละประเด็นกัน

ผู้ให้บริการ Legal Paternity Test บางแห่งกำหนดกระบวนการ chain of custody ซึ่งมีการตรวจสอบตัวตนของผู้เข้ารับการตรวจและการควบคุมตัวอย่างตั้งแต่เก็บจนถึงห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น MedEx ระบุแพ็กเกจ Legal Post-Paternity ราคา 19,999 บาทพร้อมกระบวนการ chain of custody ส่วน EasyDNA Thailand ระบุราคา Legal Paternity Test ที่ 20,600 บาทบวก VAT 7% โดยมีผู้เก็บตัวอย่างที่เป็นบุคคลที่สามทำหน้าที่ยืนยันตัวตน

HealthSmile แยกแพ็กเกจหลังคลอดทั่วไปที่ 12,000 บาทออกจากกรณีที่ต้องการเอกสารสำหรับดำเนินการทางกฎหมายซึ่งระบุราคาไว้ที่ 22,000 บาท

แต่เงื่อนไขของศาล หน่วยงานราชการ การตรวจคนเข้าเมือง หรือการดำเนินการในต่างประเทศอาจไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรตีความเพียงคำว่า “Legal DNA Test” ว่าจะใช้ได้กับทุกกรณี ควรสอบถามหน่วยงานที่รับเอกสารและผู้ให้บริการก่อนเริ่มตรวจ

เลือกคลินิกตรวจ DNA พ่อลูกอย่างไร ไม่ควรดูแค่ราคา

ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ลองถามคำถามต่อไปนี้ให้ครบ

ตรวจที่ห้องปฏิบัติการใด?
สถานที่รับตัวอย่างอาจไม่ใช่ห้องปฏิบัติการที่วิเคราะห์จริง ควรทราบชื่อห้องปฏิบัติการและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้

ราคาเป็นราคาสำหรับกี่คน?
ถามให้ชัดว่าเป็นราคาพ่อ–ลูกหนึ่งคู่แล้วหรือยัง รวมมารดาหรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่

ราคาครอบคลุมค่าอะไร?
เช็กค่าเก็บตัวอย่าง ค่าชุดตรวจ ค่าขนส่ง ค่าวิเคราะห์ ค่าออกเอกสาร และค่าบริการอื่นก่อนตัดสินใจ

ใช้ผลเพื่อจุดประสงค์อะไรได้บ้าง?
หากต้องใช้ทางกฎหมาย ให้ถามเรื่องการยืนยันตัวตน ผู้เก็บตัวอย่าง chain of custody และรูปแบบเอกสารโดยเฉพาะ

ใช้ตัวอย่างอะไร?
ถ้าเป็นการตรวจหลังคลอด ตัวอย่างจากกระพุ้งแก้มเป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและห้องปฏิบัติการนั้น ๆ

ใช้เวลารอผลเท่าไร?
ควรสอบถามเป็นจำนวน “วันทำการ” หรือ “วันปฏิทิน” และถามว่าเริ่มนับจากวันที่เก็บตัวอย่าง วันที่ห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่าง หรือวันที่ชำระเงินครบ เพราะแต่ละบริการอาจกำหนดไม่เหมือนกัน

มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลและตัวอย่าง DNA อย่างไร?
ข้อมูลพันธุกรรมเป็นข้อมูลที่ควรได้รับการจัดการอย่างรอบคอบ ควรอ่านเงื่อนไขว่าผลตรวจและตัวอย่างถูกจัดเก็บนานเท่าไร ใครเข้าถึงได้ และสามารถขอให้ทำลายตัวอย่างหลังการตรวจได้หรือไม่

แพ็กเกจตรวจ DNA ที่ถูกกว่า แปลว่าไม่น่าเชื่อถือหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปจากราคาเพียงอย่างเดียว

แพ็กเกจราคาต่ำกว่าอาจเกิดจากการให้ลูกค้าเก็บตัวอย่างเอง ไม่มีบริการนอกสถานที่ ไม่มีเอกสารสำหรับงานกฎหมาย หรือใช้โครงสร้างค่าบริการต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ขณะเดียวกันราคาสูงกว่าก็ไม่ได้ยืนยันคุณภาพโดยอัตโนมัติ

ตัวเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก วัตถุประสงค์ในการตรวจ กระบวนการเก็บและระบุตัวอย่าง ห้องปฏิบัติการ รูปแบบรายงาน ระยะเวลารอผล และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประกอบกัน

ก่อนจ่ายเงินตรวจ DNA พ่อลูก ควรถามคลินิกอะไรบ้าง?

เพื่อให้เปรียบเทียบแพ็กเกจได้ง่ายขึ้น สามารถส่งคำถามสั้น ๆ ให้ผู้ให้บริการก่อนชำระเงินได้ เช่น

  1. ราคานี้รวมการตรวจพ่อและลูกแล้วหรือยัง?
  2. เก็บตัวอย่างชนิดใด และเก็บเองที่บ้านได้หรือไม่?
  3. ตัวอย่างถูกวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการใด?
  4. มีค่าจัดส่ง ค่าเก็บตัวอย่าง หรือค่าบริการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่?
  5. ใช้เวลารอผลกี่วัน และเริ่มนับจากวันไหน?
  6. รายงานผลได้รับในรูปแบบใด?
  7. หากต้องใช้ผลกับศาลหรือหน่วยงานราชการ ต้องซื้อแพ็กเกจประเภทใด?
  8. มีขั้นตอนยืนยันตัวตนและ chain of custody หรือไม่?
  9. นโยบายเก็บรักษาและทำลายตัวอย่าง DNA เป็นอย่างไร?

คำตอบเหล่านี้ช่วยให้เปรียบเทียบ “บริการที่ใกล้เคียงกันจริง” แทนการเปรียบเทียบเพียงตัวเลขบนหน้าเว็บไซต์

ถ้าจะเลือกแพ็กเกจ ควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากตอบคำถามเดียวก่อนว่า ต้องการตรวจไปเพื่ออะไร

ถ้าต้องการทราบความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว แพ็กเกจตรวจหลังคลอดทั่วไปหรือชุดตรวจที่บ้านอาจเป็นตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ แต่ถ้าผลอาจต้องใช้กับศาล หน่วยงานราชการ การตรวจคนเข้าเมือง หรือกระบวนการด้านเอกสาร ควรสอบถามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อน แล้วเลือกบริการที่มีกระบวนการเก็บตัวอย่างและยืนยันตัวตนตรงตามวัตถุประสงค์นั้น

สำหรับราคา อย่าดูเพียงว่าแพ็กเกจไหนถูกที่สุด ให้ดูว่า ราคาเดียวกันนั้นรวมอะไร และแพ็กเกจที่กำลังเปรียบเทียบเป็นบริการประเภทเดียวกันหรือไม่ เพราะส่วนต่างไม่กี่พันบาทอาจหมายถึงบริการเก็บตัวอย่างถึงบ้าน ขณะที่ส่วนต่างที่มากกว่านั้นอาจเกิดจากกระบวนการสำหรับงานกฎหมายหรือการตรวจระหว่างตั้งครรภ์

หมายเหตุ: ราคาในบทความตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 และอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคา เงื่อนไข และวัตถุประสงค์การใช้ผลกับผู้ให้บริการอีกครั้งก่อนชำระเงิน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Bangkok Cytogenetics Center — ข้อมูล Paternity Testing และห้องปฏิบัติการเครือข่าย
HDmall — ราคาตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา เดือนกันยายน 2569
Genetrack Thailand — Paternity Test
HealthSmile — DNA Paternity Test และข้อมูลแพ็กเกจ
MedEx — Postnatal และ Legal Paternity Testing
EasyDNA Thailand — Legal Paternity Testing
AABB — Accredited Relationship Testing Facilities